.

เงินด่วนกสิกรไทย (K-Express Cash)

kasikornthai

สำหรับเพื่อนๆ ท่านไหนที่ต้องการเงินด่วนของธนาคารกสิกรไทย คงไม่พลาด K-Express Cash เป็นแน่แท้ กับจุดเด่นที่น่าสนใจมาก ดังนี้

- อนุมัติวงเงินสูงถึง 3 เท่าของรายได้ สูงสุดไม่เกิน 1.5 ล้านบาท
- อัตราดอกเบี้ยต่ำสุด เพียงแสนละ 55 บาทต่อวัน
– ฟรี ค่าธรรมเนียมแรกเข้า และ รายปี ตลอดชีพ
– ฟรี ค่าธรรมเนียมในการเบิกเงินสดล่วงหน้า (Cash Advance)
– กดง่ายที่ตู้ ATM ทุกธนาคาร ตลอด 24 ชม.
– คิดดอกเบี้ยตามยอดที่ใช้จริง ไม่เบิกใช้ไม่เสียดอกเบี้ย
– เลือกชำระคืนเป็นรายเดือนในรูปแบบที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นชำระคืนแบบเต็มจำนวน หรือชำระคืนขั้นต่ำ 5% ของยอดใช้จ่าย หรือ 500 บาท

คุณสมบัติผู้สมัครกสิกรไทย K-Express Cash

– ต้องมี อายุ 22-57 ปี
– สัญชาติไทย
– รายได้ของผู้สมัคร
ผู้มีรายได้ประจำ รายได้ขั้นต่ำต่อเดือน 10,000บาท ขึ้นไป
ผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว รายได้สุทธิต่อเดือนตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป
มีเบอร์โทรศัพท์พื้นฐานที่สามารถติดต่อได้ทั้งที่บ้าน และที่ทำงาน

เอกสารประกอบการสมัคร

– ใบสมัคร K-Express Cash (สินเชื่อเงินสดทันใจกสิกรไทย)
– สำเนาบัตรประชาชน / สำเนาบัตรข้าราชการ / สำเนาบัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ
– เอกสารแสดงรายได้ กรณีผู้มีรายได้ประจำ
ต้นฉบับ หรือสำเนา หนังสือรับรองเงินเดือน / ใบแจ้งเข้าบัญชีเงินเดือน ไม่เกิน 2 เดือน
สำเนาบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ย้อนหลัง 3 เดือนนับจากปัจจุบัน
– เอกสารแสดงรายได้ กรณีผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว
สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท / ห้างหุ้นส่วนจำกัด จากกระทรวงพาณิชย์ย้อนหลังไม่เกิน 3 เดือน
สำเนาบัญชีกระแสรายวัน / ออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือนนับจากปัจจุบัน
กรณีใช้บัญชีบริษัท ให้แนบสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ย้อนหลังไม่เกิน 1 ปี
– หนังสือความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลเครดิตทางโทรสาร

ถือเป็นเงินด่วนที่น่าสนใจทีเดียว เพราะให้วงเงินสูงพอสมควร ที่สำคัญอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ ร้อยละ 27 /ปี เท่านั้น

ที่มา :http://www.kasikornbank.com/TH/Personal/Loans/KPersonalCredit/Pages/KExpressCash.aspx

เกียรตินาคิน (สินเชื่อส่วนบุคคล)

kiatnakin-bank

เคยได้ยินพ่อพูดถึงธนาคารเกียรตินาคินแว่วๆ เพราะพ่อต้องจ่ายค่างวดรถยนต์ผ่านธนาคารนี้…ถึงแม้ว่าในทางปฏิบัติจริงๆ จะจ่ายที่ธนาคารใกล้บ้านก็ตามแต่ เชื่อกันว่าเรื่องข้อตกลงร่วมต่างๆ คงลงตัวในเรื่องธุรกิจแต่ละสายทาง จึงมีผลทำให้ธนาคารต่างๆ มีการกระจายเข้าสู่การรูปแบบที่คล้ายๆ ไฟแนนซ์รถยนต์ หรือไม่ก็ทางกลับกัน

ลองๆ หาข้อมูลเกี่ยวกับธนาคารเกียรตินาคินว่า มีข้อมูลเกี่ยวกับการทำสินเชื่อส่วนบุคคลที่กำลังฮิตฮอตหรือไม่ ผลปรากฎว่า เป็นไปตามคาด…ด้วยส่วนผสมที่น่าสนใจทีเดียว กับข้อมูลเสนอด้านความรวดเร็วในการอนุมัติเพียง 1 วัน โอนเงินภายใน 3 วัน คล้ายๆ กับสินเชื่ออะไรบางอย่าง (หากท่านติดตามโพสก่อนๆ คงจะทราบดี)

แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่อย่างคือ สามารถผ่อนได้เพียง 48 งวดเท่านั้น แต่โดยทั่วไปสำหรับคนใช้สินเชื่อเงินสดมักไม่เลือกการผ่อนชำระที่สูงสุด เหมือนกับผ่อนรถยนต์ อย่างที่บอกไปแล้วว่า สินเชื่อส่วนบุคคล หรือ บัตรกดเงินสด เหมาะสำหรับการใช้จ่ายในช่วงเวลาสั้นๆ เรียกเป็นภาษาบ้านๆ คือ เงินกันตายนั่นละ หากเราเป็นหนี้เงินพวกนี้นานจุดคุ้มทุนจะหายไปเรื่อยๆ รายละเอียดอื่นๆ คงไม่ขยายความยืด

คุณสมบัติ

– เป็นลูกค้าที่ใช้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์กับธนาคารเกียรตินาคิน และต้องมีประวัติการผ่อนชำระเงินกู้ที่ดีมาแล้วอย่างน้อย 24 งวด
-มีอายุตั้งแต่ 20- 60 ปี
– มีรายได้ประจำเดือนละ 8,000 บาทขึ้นไป
– ต้องมีที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ง่าย

เอกสารที่ต้องใช้

– สำเนาบัตรประชาชน จำนวน 3 ฉบับ
– สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 2 ฉบับ
– สำเนาหน้าแรกสมุดบัญชีเงินฝาก สำหรับการโอนเงินสินเชื่อเข้าบัญชี (เป็นบัญชีของผู้ขอสินเชื่อเท่านั้น)
– สำเนาเอกสารแสดงการเสียภาษีรถยนต์ปีล่าสุด (ป้ายวงกลมติดหน้ารถยนต์)
– สลิปเงินเดือนฉบับจริง หรือ หนังสือรับรองรายได้ฉบับจริง (สำหรับผู้มีรายได้ประจำ)
– สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนหรือทะเบียนการค้า (กรณีเป็นเจ้าของกิจการ)
-สำเนาบัญชีธนาคารของผู้ขอสินเชื่อ มีการหมุนเวียนบัญชี ย้อนหลัง 6 เดือนนับจากปัจจุบัน(กรณีเป็นเจ้าของกิจการ หรือผู้ที่มีรายได้ประจำแต่ไม่มีเอกสารสลิปเงินเดือน หรือหนังสือรับรองรายได้)
– เอกสารแสดงรายได้อื่นๆ (ถ้ามี)

สนใจสินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารเกียรตินาคิน กรุณาสอบถามได้ที่เบอร์ 02-6803333

ที่มา http://www.kiatnakin.co.th/th/loan_customers/01_hire_purchase/personal_loan.php

สถานบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร…

nonbank

หากเพื่อนๆ ลองๆ ชำเลืองสอดส่องสายตาออกไปยังบริบทรอบข้างของเราจะพบว่า มีสถาบันการเงินต่างๆ เยอะแยะมากมายจนบางครั้งเราก็สับสนว่า สถาบันไหนบ้างที่ไม่ใช่สถานบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร จริงๆ ข้อมูลเรื่องนี้อาจจะไม่ได้มีความสำคัญอะไรมากในปัจจุบัน แต่ในอนาคตผมเชื่อว่าเนื่องจากการแข่งขันที่สูงขึ้น ผู้คนจะให้ความในใจในรายละเอียดแบบนี้มากขึ้น การแข่งขันกับความเสี่ยงที่ต้องประสบ มันก็ต้องมองหาความน่าเชื่อถือ มั่นคงอยู่แล้วจริงไหมครับ อย่างว่าละหากเป็นสถานบันการเงินกำไรของธนาคาร เกือบ 60 % โอกาสที่จะล่มมีน้อยมาก แทบจะไม่มีด้วยซ้ำ เหอะๆๆ

ทำไมผมถึงบอกว่าอนาคตเราจะแยกสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารออกยากขึ้น เนื่องจากการเข้ามาอยู่ในเครือของธนาคาร ณ ตอนนี้ผมยังตอบไม่ได้เลยว่าการที่สถาบันการเงินเหล่านี้มาอยู่ในเครือของธนาคาร อาจจะมีผลประโยชน์ร่วมกันแล้วจัดอยู่ในสถาบันการเงินที่เป็นธนาคารหรือไม่ แต่เท่าที่ลองๆ หาข้อมูลดูว่ามีสถาบันการเงินแหล่งไหนบ้างที่ไม่ใช่ธนาคารก็ มีดังนี้

1)บริษัทเงินทุน ทำหน้าที่ระดมเงินทุน และปล่อยสินเชื่อ
2)บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นสถานบันการเงินที่มีลักษณะเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนา
3)บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมขนาดย่อม เป็นสถานบันการเงินที่มีความคล้ายคลึงกับบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
4)บริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันภัย เป็นธุรกิจสถาบันการเงินในรูปแบบหนึ่งโดยระดมออมจาดประชาชนผู้ซื้อประกันแล้วนำเงินนั้นไปแสวงหาผลตอบแทน
5)โรงรับจำนำ เป็นธุรกิจขนาดเล็กที่ปล่อยเงินกู้ในวงเงินที่ต่ำมาก ลูกค้าที่มาใช้บริการส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีฐานะยากจนในปัจจุบันโรงรับจำนำ มี 3 ประเภท ได้แก่
-โรงรับจำนำที่ดำเนินการโดยเอกชน เช่น อยู่ในรูปของห้างหุ้นส่วนจำกัด
-โรงรับจำนำที่ดำเนินการโดยกรมประชาสงเคราะห์
-โรงรับจำนำที่ดำเนินการโดยเทศบาลที่เรียกว่า สถานธนานุบาล
ุ6)สหกรณ์ออมทรัพย์ เป็นสถาบันการเงินแบบหนึ่งที่มีสมาชิกเป็นบุคคลที่มีอาชีพเดียวกันหรืออาศัยอยู่ในชุมชนเดียวกัน
7)บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ เป็นธุรกิจที่ให้กู้ยืมเงินแก่ลูกค้าแล้วรับจำนอง รวมทั้งทำให้ผู้ประกอบการได้รับเงินกู้

ในแนวคิดของผมคนจะหันมากู้สถาบันการเงินในข้อ 6 มากกว่า คือ สหกรณ์ออมทรัพย์ทั้งๆ ที่มีดอกเบี้ยสูง แต่ก็สนองตอบความต้องการคือได้วงเงินกู้มาก มีเพดานอยู่ 5 ล้านในปัจจุบัน (หากท่านสามารถจ่ายเงินส่วนเกินจากรายได้ปกติได้ สหกรณ์ไม่ได้คำนึงว่าท่านจะมีความสามารถจ่ายเงินได้หรือไม่ คือ พอสิ้นเดือนก็จะหักเงินรายได้ของเจ้าหน้าที่ หรือ เพื่อนๆ ที่ทำงานร่วมกันที่มีเงินเหลือ หลังจากนั้นก็ให้เขามาตามเก็บอีกที นี่คือกลยุทธ์ที่สุดยอดมากในการทวงหนี้ ผมคิดว่างั้น)

ส่วนสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารอื่นๆ ที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องก็คือ การผ่อนชำระสินค้า และสินเชื่อส่วนบุคคลนั่นแล เพราะส่วนใหญ่เมื่อเรามีความอยากได้ อยากมีแล้ว จะรอเก็บเงินสักเดือน 2 เดือน เป็นอะไรที่ทรมานใจมาก หรือ หากเก็บไป 2 เดือนก็อยากได้สิ่งที่ดีกว่า หรืออยากได้อย่างอื่นที่ราคาสูงขึ้นกว่าเดิมซะงั้น นี่ก็คงเป็นปกติของมนุษย์เราเสียกระมัง

เอาเป็นว่าก็ฝากไว้ให้พอค้นหูละกันว่ามีประมาณนี้ สำหรับสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร

ขอบคุณภาพจาก :http://www.vcharkarn.com/varticle/38580

ความแตกต่างระหว่างหนี้ในระบบ กับ หนี้นอกระบบ

satabunnonbank

ตอนแรกผมเองก็เข้าใจผิดเหมือนกันระว่าง หนี้ในระบบ กับ หนี้นอกระบบ คิดว่า การทำสัญญากู้ มีพยาน ตามวิถีชาวบ้านจะเป็นหนี้นอกระบบอย่างเดียว แท้ที่จริงแล้วถูก แต่ถูกไม่หมด คำว่าหนี้นอกระบบ คือ เหมารวมทุกอย่างที่เราไปเองเงินเขามาที่ไม่ใช่การทำสัญญากู้จากธนาคาร ถือว่าเป็นหนี้นอกระบบทั้งสิ้น

แต่หากมองสิ่งที่เหมือนกันระหว่างหนี้นอกระบบ กับ ในระบบ คือ เราต้องจ่ายเงินเหมือนกัน เหอะๆ อันนี้แน่นอนอยู่แล้ว ส่วนในเรื่องของความหยืดหยุ่นในวงเงินกู้ก็อาศัยยอดเงินกู้เป็นหลักว่ามากน้อย หากเป็นเงินไม่เกิน 20,000 บาท ก็มีให้เห็นกันอยู่เนืองๆ ว่าไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลในการค้ำประกัน แต่หากวงเงินกู้มากขึ้นมันก็ต้องมีการค้ำประกัน เพื่อลดความเสี่ยงเป็นเรื่องธรรมดา

หากมองในประเด็นที่แตกต่างกัน คือ หนี้ในระบบดูเหมือนจะโหดกว่า หนี้นอกระบบ เพราะหากเราไม่สามารถชำระเงินได้ มีแต่ยื่นฟ้องศาลอย่างเดียว เห็นคนในวงการเขาก็บอกว่า หากถึงขั้นฟ้องศาลส่วนใหญ่ 100 % ธนาคารชนะแหง๋มๆ ส่วนหนี้นอกระบบก็มีรูปแบบการท้วงหนี้คล้ายๆ กับในละครทีวีนั่นละ

ถึงแม้ว่าอ่านเนื้อหานี้แล้ว ท่านๆ ที่มีทั้งหนี้นอกระบบ และในระบบ ก็กระหยิ่มอยู่ว่าเราเป็นคนมีเครดิต ในทางกลับกันคนที่ไม่ได้เป็นหนี้ก็ปรารถนาที่จะได้รับเครดิตนี้บ้างเช่นกัน โดยที่ไม่เคยแย้มถามเลยว่า เมื่อได้รับเครดิตเยอะๆ แล้วมันเป็นเช่นไร

ภาพจาก :http://islamicecon.blogspot.com/2009_03_01_archive.html

ธนาคารทหารไทย ดอกเบี้ย 2.5

tmb2.5

การเติบโตของเทคโนโลยีในยุคอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงมีส่วนในการยกระดับความคล่องตัวในเรื่องของการดำเนินชีวิตของคนไทย และทั่วโลกเป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จาก การหันมาใช้อินเตอร์เน็ตเป็นบัญชีธนาคารเสมือน ที่ผู้เขียนเองเชื่อว่า จะเข้าสู่ยุคของ paypal ซึ่งเป็นระบบที่กล่าวมาในขั้นตน ยกตัวอย่างให้เห็นอีกประเด็นหนึ่ง ก็คือ การเปิดกลยุทธ์ บัญชีฝาก ไม่ประจำ แต่ดอกเบี้ยสูงไม่แตกต่างกับการฝากประจำ ที่สำคัญบีบหัวใจมากกว่านั้นก็คือ ไม่เสียสิทธิ์ใดๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดอกเบี้ย และสามารถถอนเงินได้ทุกเมื่อที่คุณต้องการ

ถือว่าเป็นครั้งแรกในวงการธนาคารไทย ที่ธนาคารให้ลูกค้าไม่ต้องฝากประจำ แต่ยังได้รับดอกเบี้ยสูงถึง 2.5% ซึ่งสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำระยะสั้น และมีพิเศษยิ่งขึ้น เมื่อลูกค้า สามารถถอนเงินได้เมื่อมีความต้องการ

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TMB กล่าวว่า “ทีเอ็มบี มุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน ที่ทำให้ลูกค้ามีชีวิตที่ดีขึ้น เพราะเราพบว่าปัจจุบันลูกค้ายังมีความต้องการทางการเงินหลายๆ อย่าง ที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองอย่างตรงจุด

“ทีเอ็มบี จึงเติมเต็มความต้องการของลูกค้าในจุดนี้ โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์บัญชีเงินฝากไม่ประจำ ทีเอ็มบี ดอกเบี้ยสูง ซึ่งเป็นนวัตกรรมเงินฝากที่ฉีกกฏทุกข้อจำกัดของบัญชีฝากประจำ โดยจะมอบทุกสิทธิประโยชน์ที่ลูกค้ามองหามานาน ผลิตภัณฑ์ตัวนี้จะเป็นมากกว่าแคมเปญหรือโปรโมชั่นชั่วคราว แต่จะเป็นผลิตภัณฑ์มาตรฐานของทีเอ็มบีที่จะอยู่ตลอดไป เพื่อทำให้ชีวิตทางการเงินของลูกค้าดีขึ้นอย่างแท้จริง”

นอกจากนี้ เพื่อความสะดวก ประหยัดเวลายิ่งกว่า สำหรับลูกค้าผู้ใช้ TMB Internet Banking ยังสามารถเปิดบัญชีเงินฝากไม่ประจำทีเอ็มบี ดอกเบี้ยสูง นี้ ได้ด้วยตัวเองผ่านทาง tmbdirect.com โดยไม่ต้องใช้เอกสารใดๆ และหากลูกค้าต้องการมีสมุดคู่ฝาก (Passbook) ก็สามารถติดต่อขอรับได้ที่สาขา ของ TMB ที่ตนเองเลือกใช้เมื่อเปิดบัญชีได้ทันที นับเป็นการเพิ่มความสะดวกและยังมอบอิสระให้ลูกค้าจัดการกับบัญชีตัวเองได้ เป็นอย่างดี

ภาพจาก : thaipr.net